ดัลกลิชเน้นหงส์ยังมีงานหนักรออยู่
เคนนี่ ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่านักเตะของเขายังมีงานต้องทำอีกมากเพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ คาร์ลิ่ง คัพ หลังจากโชว์ฟอร์มสวยงามบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่ร่วมศึกพรีเมียร์ลีก 1-0 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา
ประตูจากจุดโทษของสตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีม "หงส์แดง" นาทีที่ 13 ส่งผลให้ทีมดังจากเมอร์ซี่ย์ไซด์ กุมความได้เปรียบในการกลับไปเตะนัด 2 ที่แอนฟิลด์ วันพุธที่ 25 มกราคมนี้ อย่างไรก็ตามกุนซือชาวสกอตต์ เชื่อว่าทีมยังคงต้องเจองานหนักในเส้นทางสู่เวมบลีย์
"หากคุณมาที่นี่แล้วชนะ 1-0 คุณก็จะไม่มีทางไม่มีความสุขหรอก จริงไหม? มันเป็นฟอร์มการเล่นสุดวิเศษจากนักเตะ กับทีมที่ดีมากๆ เราต้องมีความสุข แต่เราจะไม่ทึกทักอะไรไปก่อนไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือฟอร์มการเล่นว่างานนั้น จบลงแล้ว"
"เราอาจได้เปรียบเล็กน้อยจากประตูนี้ แต่มันไม่ได้หมายความที่จะบอกว่า ไม่มีใครกระโดดออกมาจากห่วงได้หรอกนะ เราจะต้องเป็นมืออาชีพให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ในเกมนัด 2"
ช่วงครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ตั้งหน้าเล่นเกมรับอย่างเต็มที่ โดยดัลกลิช ยอมรับว่า เขามีความสุขที่ไม่เสียประตูในบ้านของ "เรือใบสีฟ้า" โดยกล่าวว่า "มันเป็นฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกันระหว่าง 2 ครึ่ง ในครึ่งแรก เราดูจะสร้างความดุดันได้มากกว่าในครึ่งหลัง แต่ในครึ่งหลังนั้นจากประตูที่ได้เปรียบ เราแค่รับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก และพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อผ่านไปให้ได้"
"เราไม่เสียประตูในเกมนี้ มีไม่กี่ทีมหรอกที่มาที่นี่แล้วออกไปโดยไม่เสียประตูให้พวกเขา มันเป็นความพยายามที่เยี่ยมยอดของนักเตะในครึ่งหลัง มันอาจไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่สวยงามมากที่สุด แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความต้องการ, ความรับผิดชอบ หรือแรงปรารถนาที่ลดน้อยเลย"
ในเกมนี้เจย์ สเพียริ่ง มิดฟิลด์ดาวรุ่ง มีอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในครึ่งแรก แต่กุนซือวัย 60 ปี หวังว่า จะเป็นอาการบาดเจ็บที่ไม่เลวร้ายนัก "มันเป็นเอ็นหลังหัวเข่าของเขา แต่มันไม่หนักเท่าไหร่ มันเป็นแค่อาการยึดเท่านั้น ผมไม่คิดว่าเขาจะมีอาการตึงอะไร แต่เราจะต้องรอดูต่อไปจนถึงตอนเช้า"
มันโช่มั่นใจเรือเจ๋งพอบุกดับหงส์ทะลุชิงดำ
โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเกาะอังกฤษ ออกมายืนยันหนักแน่นว่าทีมของเขาจะกลับมาได้อีกครั้งอย่างแน่นอนในนัดที่ 2 หลังจากพลาดท่าพ่ายลิเวอร์พูล คาถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม 1-0 ในศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา
เพียง ไม่กี่วันหลังจากโดนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเชือด 3-2 ตกรอบเอฟเอ คัพ รอบ 3 ในบ้านของตัวเอง ลูกทีมของมันชินี่ ต้องประสบความปราชัยอีกครั้งจากจุดโทษของสตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางตัวเก่ง "หงส์แดง" ในนาทีที่ 13 ของเกม
อดีตนายใหญ่อินเตอร์ มิลาน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสกาย สปอร์ตส์ ว่า "ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีกว่าในครึ่งหลัง เราเล่นได้แย่ใน 45 นาทีแรก ท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่สมควรแพ้ แต่เราโชคไม่ดีเท่านั้น ในช่วงเวลานี้มันยากลำบาก แต่มันเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรักษาความมั่นใจเอาไว้ นี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เราต้องทำงานและเชื่อมั่นในตัวเองต่อไป"
"เราไม่มีนักเตะ 3-4 คน แต่ในครึ่งหลังเราก็เล่นได้ดี เราทำได้ดีจนถึงช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ตอนนี้เราแพ้ 2 เกมสำคัญ เราสามารถชนะในเกมเยือนลิเวอร์พูล ได้ มันจะเป็นเกมที่ยาก แต่เราจะพยายาม มันเป็นเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น"
ใน เกมนี้มันชินี่ ตัดสินใจถอด มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกอารมณ์ร้อนออกจากสนามก่อนส่ง ซามีร์ นาสรี่ มิดฟิลด์เลือดน้ำหอม ลงไปทำเกมแทน และ "ซูเปอร์มาริโอ" เดินตรงเข้าไปในห้องแต่ตัวทันที อย่างไรก็ตามกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ยืนยันว่าต้องเปลี่ยนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ "ไม่หรอกนะ ผมไม่คิดว่ามันหนักหนาอะไร แต่เขาไม่สามารถเล่นได้ เขามีปัญหาที่บริเวณข้อเท้า"
ช่วงท้ายเกมเกล็น จอห์นสัน ฟูลแบ็ก "หงส์แดง" พุ่งเข้าเสียบ 2 เท้าใส่โจลีออน เลสค็อตต์ ปราการหลังซิตี้ในลักษณะเดียวกับที่แว็งซองต์ ก็องปานี ดาวเตะเบลเยียม โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 โดยมันชินี่ กล่าวถึงจังหวะนี้ผ่านสำนักข่าวบีบีซี ว่า "ผมอยากเห็นการเข้าเสียบของจอห์นสัน อีกครั้ง ผมคิดว่ามันเลวร้ายมากๆ"
กระ นั้นเจอร์ราร์ด แสดงความประหลาดใจกับความเห็นของนายใหญ่จากแดนมะกะโรนี พร้อมยกตัวอย่างว่า มันชินี่ เคยพยายามวิจารณ์ เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงทีมชาติอังกฤษของ "ปีศาจแดง" ที่พยายามกดดันกรรมการให้ไล่ก็องปานี ออกจากสนามในเกมก่อน "มันทำให้ผมประหลาดใจ เพราะเขาเคยพยายามทำกับเวย์น รูนี่ย์ ตอนนี้ เขาพยายามทำกับหนึ่งในนักเตะของเรา"
มันโช่รับ30ปีไม่เคยเห็นใบแดงแบบกอมปานี
โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับยังงงไม่หายว่า แว็งซ็องต์ กอมปานี เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม โดนใบแดงได้ยังไงกับจังหวะการเข้าเสียบ หลุยส์ นานี่ ปีกจอมพลิ้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ตลอด 30 ปีที่อยู่ในวงการลูกหนังไม่เคยเห็นการถูกไล่ออกจากการสกัดแบบนี้เลย
จังหวะ ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีแรกเมื่อ กอมปานี พุ่งเสียบ 2 เท้าใส่ ปีกทีมชาติโปรตุเกส ในเกมที่ "เรือใบสีฟ้า" แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-3 ตกรอบ 3 ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย แมนฯ ซิตี้ ได้ทำเรื่องอุทธรณ์ใบแดงไปแล้ว และก็โดน สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ปฏิเสธไปเรียบร้อย ส่งผลให้นักเตะถูกลงโทษแบน 4 เกมทันที
"มัน โช่" เปิดใจว่า "ผมเคยเห็นนักเตะ 3-4 คนในพรีเมียร์ลีกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเข้าเสียบน่าเกลียดกว่า วินนี่ (แว็งซ็องต์ กอมปานี) และกับผู้ตัดสินคนเดียวกัน เขาไม่ได้ให้อะไรเลย แม้แต่ใบเหลืองก็ไม่มี ในรอบ 30 ปีผมไม่เคยเห็นการไล่ออกด้วยการเสียบแบบนี้ ผมไม่เข้าใจจริงๆ วินนี่ ได้บอล เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย"
"ถ้า มีอันตราย นานี่ ซึ่งอยู่ใกล้กับบอลที่สุด บางทีเขาอาจจะพูดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่อนี้ โดยเฉพาะกับผู้ตัดสิน แต่เขาไม่พูดอะไรเลย มันก็แปลกดีเพราะในอังกฤษ กรรมการมักตัดสินแบบเหลือเชื่อ บางครั้งพวกเขาก็ไล่ออกทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเลย เรื่องนี้มันน่าแปลก ผมไม่เข้าใจจริงๆ"
นอก จากนี้ มันชินี่ ได้กล้าวปกป้องพฤติกรรมของตนเองที่พยายามกดดันผู้ตัดสินใจแจกใบแดง มาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังลิเวอร์พูล กรณีทำฟาวล์ ยาย่า ตูเร่ ในเกมลีกที่ แมนฯ ซิตี้ ชนะ "หงส์แดง" รวมทั้งการวิจารณ์ เวย์น รูนี่ย์ ว่าเป็นตัวการสำคัญที่เป่าหูผู้ตัดสิน คริส ฟอย ก่อนที่เขาจะไล่ กอมปานี ออก
"ใช่ ผมทำแบบนั้น ทุกๆ คนพูดว่า -ขอโทษ ขอโทษ- เพราะในอังกฤษเราไม่ทำแบบนี้ ดังนั้นผมขอโทษก็ได้ แต่นี่เป็นเรื่องปกติเพราะ 5 นาทีก่อน มีการแจกใบแดงให้ แกเร็ธ แบร์รี่ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเลย ในอิตาลี มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำแบบนี้ เราแตกต่างกัน" อดีตโค้ช อินเตอร์ มิลาน สรุป
บาโลหยอดคำหวาน!มันโช่เก่งกว่าเฮียมู
มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกทีมชาติอิตาลีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ยกย่องให้ โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน ของ "เรือใบสีฟ้า" เก่งกว่า โชเซ่ มูรินโญ่ โค้ช เรอัล มาดริด มหาอำนาจลูกหนังแห่งสังเวียน ลา ลีกา ในเรื่องการผลักดันศักยภาพของนักเตะ แถมยังสนิทกับตนสุดๆ อีกด้วย
แม้ ดาวยิงวัย 21 ปี เคยทำงานร่วมกับ เทรนเนอร์ ทั้ง 2 คน ตอนค้าแข้งอยู่กับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน" แต่ เมื่อถูกถามว่า คนไหนมีความเหนือกว่า ในเรื่องการดึงความสามารถของนักเตะ เจ้าตัวเลือกกุนซือเพื่อนร่วมชาติ เป็นอันดับแรก "ส่วนตัวแล้ว ผมคงต้องบอกว่า มันชินี่ มาเป็นที่ 1 แล้วจึงเป็น มูรินโญ่ นะ โค้ช ต้องรีดฟอร์มของนักเตะออกมาให้ได้ 100 เปอร์เซนต์ และ มันชินี่ เก่งในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ความสัมพันธ์ของเราก็ยังดีมากๆ ด้วย "
ศูนย์หน้าเจ้าของ ฉายา "ซูเปอร์ มาริโอ" ยังถือโอกาสสยบกระแสข่าวย้ายกลับลีกบ้านเกิดด้วยว่าเป็นเพียง เรื่องที่สื่อลือกันไป เพราะปัจจุบันตนคือนักเตะในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม "พวกเขาก็สามารถพูดกันไปได้ตามที่ต้องการ แต่ผมยังอยู่ในเมือง แมนเชสเตอร์"
เอเยนต์ยันผีเล็งกระชากบาเสริมทัพจริง
เดมบ้า บา หัวหอก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่า ได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิงไปแล้วถึง 15 ประตู ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011-12 นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า เชลซี, ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็กำลังจับตาดูสถานการณ์ของศูนย์หน้าชาวเซเนกัล ซึ่งมีเงื่อนไขการฉีกสัญญาค้าแข้งกับ "สาลิกาดง" ด้วยข้อเสนอที่น้อยกว่า 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 500 ล้านบาท) อยู่ด้วยเช่นกัน
ขณะ ที่ อาร์กม็องด์ ดูร์น หนึ่งในทีมงานเอเยนต์ของดาวเตะวัย 26 ปี กล่าวว่า "มีหลายสโมสรที่กำลังติดต่อมายัง บา ณ ขณะนี้ เรากำลังดำเนินการ (เจรจาเรื่องการซื้อขาย) กับพี่ชายของเขา ก่อนหน้านี้เราดำเนินการเรื่องนี้โดยลำพัง แต่ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับพี่ชายของเขาอยู่ มันเป็นความจริงสำหรับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเป็นความจริง แต่ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงใดๆ ไม่มีผู้จัดการทีมคนใดที่ติดต่อมาหาผมและพูดว่า อาร์กม็องด์ เราจะมานั่งคุยกันได้หรือไม่ และทุกๆ คนก็กำลังถามถึงมูลค่าในการฉีกสัญญา แต่มันก็ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ"
"มันมีเงื่อนไขอยู่จริง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นิวคาสเซิ่ล รู้ดีเมื่อครั้งที่พวกเขาเซ็นสัญญากับ บา ว่านั่นคือสัญญาฉบับสุดท้ายของเขา เปแอสเช ก็แสดงความสนใจ และอาจจะให้ความสนใจมากกว่าด้วย แต่นี่เป็นเพราะผมรู้ว่ามีบุคคลหน้าใหม่มากมายเข้ามานั่งอยู่ในบอร์ดบริหาร ของที่นั่นและหลายๆ คนรู้จัก เดมบ้า อยู่แล้วตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าสำหรับพวกเขาในการพูดคุยกับพี่ชายหรือครอบ ครัวของนักเตะ และแน่นอนว่ามันมีความเป็นไปได้ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งว่ายังไม่มีข้อสรุปใดๆ เกิดขึ้น เรายังไม่ได้บรรลุข้อตกลงกับใครทั้งนั้น" ตัวแทนของอดีตแข้ง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กล่าวในที่สุด
ชิชายันไม่กังวลฟอร์มตัวเองแม้อยู่ในช่วงเท้าฝืด
ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า ไม่รู้สึกกังวลกับฟอร์มการเล่นของตัวเองที่ไม่สามารถยิงประตูให้กับต้น สังกัดมา 5 นัดติดต่อกัน หลังจากซัดไปถึง 20 ประตูในทุกรายการ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาฝีเท้าเพื่อกลับมาระเบิดฟอร์มยิง ประตูให้ได้
ดาวเตะวัย 23 ปี เผยผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า "มันมีสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างไปเพราะในฤดูกาลนี้ผมประสบกับอาการบาดเจ็บบ่อย ขึ้นกว่าปีก่อน แต่ผมยังคงมีความสุขอยู่ แต่ละปีมันก็มักจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเสมอ ในฤดูกาลแรก ไม่เพียงเพราะผู้เล่นกองหลัง รวมทั้งบรรดาโค้ชก็ไม่ค่อยรู้จักผม"
"แต่ ตอนนี้ และในฤดูกาลที่ 3 และ 4 พวกเขาก็จะรู้จักผมมากขึ้น แต่นักเตะที่ดีอย่าง เวย์น (รูนี่ย์), (โรบิน) ฟาน เพอร์ซี่ รวมถึง (ดิดิเย่ร์) ดร็อกบา อยู่ที่นี่มาเป็นเวลา 5-6 ปี หรือมากกว่านั้น และยังคงเล่นอยู่ในระดับสูงสุดได้อยู่ ดังนั้นผมจึงต้องทำงานต่อไปเพื่อทำให้ได้แบบนั้น" ศูนย์หน้าชาวเม็กซิกัน กล่าวในที่สุด
คาร์ริคเลิกฝันรีเทิร์นทีมชาติหันทุ่มเทเพื่อผี
ไมเคิ่ล คาร์ริค กองกลางตัวเก๋าของทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ปลงตก เลิกคิดเลิกหวังแล้วว่าจะมีชื่อติดธง "สิงโตคำราม" อังกฤษ ไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" ที่ โปแลนด์-ยูเครน ซัมเมอร์หน้า หลังหลุดจากทีม และไม่ได้ลงเล่นในนามทีมชาติมาตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องกับ เม็กซิโก ที่ เวมบลีย์ เดือนพฤษภาคม 2010 รวมลงเล่นให้บ้านเกิดแค่ 22 นัดเท่านั้น
ถึง แม้จะเป็นขุนพลตัวหลักของทีม "ปีศาจแดง" นับตั้งแต่ย้ายมาจาก สเปอร์ส และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์มากมาย แต่ คาร์ริค ก็ยังเป็นแค่ตัวสำรอง เพราะมิดฟิลด์คู่กลางยังไงก็เป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำให้จนกระทั่งตอนนี้ คาร์ริค เพิ่งเล่นทีมชาติไป 22 เกม และส่อแววไม่มีชื่อไปเล่นฟุตบอลยูโร 2012 เนื่องจาก ฟาบิโอ คาเปลโล่ ก็หันมาใช้ดาวรุ่งหลายๆ คนในทีมชาติ
กองกลางวัย 30 ปี ที่เล่นทีมชาตินัดแรกตั้งแต่ปี 2001 บอกว่า แทนที่จะหวังลมๆ แล้งๆ สู้เอาเวลามาทุ่มเทเพื่อสโมสรดีกว่าเยอะ "พูดกันตามตรงนะ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดถึงเลย ผมสนใจแค่การเล่นที่นี่ให้ดีเท่านั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ผมหลุดจากทีมในระยะหลังๆ ผมเลยหันมาเน้นทำหน้าที่ที่นี่ให้ดีดีกว่า ในฐานะนักเตะผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร บางทีคุณอาจแก่ขึ้น แต่คุณก็มีประสบการณ์มากขึ้น นั่นนำมาซึ่งหน้าที่รับผิดชอบที่มากขึ้น"
"คูณ ดูไม่เหมือนเดิม และมันก็โอเค ผมไม่มีปัญหา ผมเล่นของผมแบบนี้มาตลอด (คุมเกม) ผมไม่ขอเปลี่ยนตัวเองเพียงเพราะสถานการณ์เปลี่ยนหรอก คุณต้องทำในสิ่งที่คุณคิดว่าตัวเองทำได้ดี และพัฒนามันให้ดีขึ้นไป ผมมีความสุขกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองตอนนี้ พอคุณแก่ขึ้นบางทีพวกนักเตะดาวรุ่งก็อาจจะมองคุณในสายตาที่แตกต่างไป ซึ่งผมมีความสุขกับมันแล้ว"
แฮร์รี่ชูไก่ฟอร์มเด็ดซิวทอฟฟี่ทำแต้มทาบผี
แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ชื่นชมลูกทีมที่ทำผลงานได้อย่างสุดแกร่งในเกมที่เปิดสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน คว้าชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันพุธที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา
สเปอร์ส ได้ประตูจาก อารอน เลนน่อน ปีกจรวดทางเรียบ ในนาทีที่ 35 และ เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต้ แบ็กซ้ายทีมชาติแคเมอรูน ในนาทีที่ 63 ทำให้เก็บเพิ่มเป็น 45 คะแนน เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงในเวลานี้ และตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงเพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น
เร้ด แน็ปป์ กล่าวหลังจบเกมว่า "เราขึ้นไปอยู่บนหัวตารางแล้ว และอยู่ในพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก เราก็เริ่มมองที่มันแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้และคุณจะต้องเชื่อมั่นต่อไป นอกจากนั้นผมสนุกกับการได้ดูเราเล่น ถ้าคุณไม่สนุกล่ะก็ คุณก็ไม่ควรดูฟุตบอลแล้วล่ะ"
"มันเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยม ของเรา มันเป็นเรื่องยากเสมอในการเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน คุณไม่เจอกับเกมง่ายในการเล่นกับพวกเขา เดวิด มอยส์ เน้นเกมรุกในคืนที่ผ่านมา และพวกเขาเริ่มเกมได้อย่างยอดเยี่ยมแต่เราก็ได้ประตูขึ้นนำและเล่นได้ดีเช่น กัน มันเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเลย"
พร้อมกันนี้ กุนซือวัย 64 ปี ยอมรับว่าประตูขึ้นนำจาก เลนน่อน เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทัพ "ไก่เดือยทอง" ในเกมที่ผ่านมา "มันเป็นประตูสำคัญเพราะว่าพวกเขามักจะเล่นได้อย่างอันตรายในช่วงครึ่งหลัง เราต้องการประตูและทันทีที่เราทำได้ เราก็ครองเกมได้เลยด้วยการผ่านบอลอย่างยอดเยี่ยมรวมถึงการแสดงให้เห็นถึง ฟุตบอลที่มหัศจรรย์อีกด้วย มันไม่มีเกมที่ง่ายเลย ทุกทีมต่างแข็งแกร่งทั้งนั้น แต่เราก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม"
ใน เกมที่ผ่านมา เจค ลิเวอร์มอร์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งได้รับโอกาสลงสนามแทนที่สกอตต์ พาร์เกอร์ ห้องเครื่องทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมจาก เร้ดแน็ปป์ "เจค เล่นได้อย่างมหัศจรรย์ในคืนนี้ เขายอดเยี่ยมจริงๆ เมื่อดูจากการที่เป็นดาวรุ่งที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากทีมเยาวชน ตอนผมเข้ามาหลายคนต่างบอกว่าเขาคงจะแจ้งเกิดไม่ได้ แต่เขาดีพอที่จะเล่นให้กับทุกทีม เขาเคยถูกยืมตัวไปแล้ว และก็พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ"
ฟิลยกเบลปีกเก่งที่สุดทั้งในลีกผู้ดีและยุโรป
ฟิล เนวิลล์ ฟูลแบ็กมากประสบการณ์ของ เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง แกเร็ธ เบล ดาวเตะทีมชาติเวลส์ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ว่าเป็นปีกที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่ในลีกเมืองผู้ดีเท่านั้น แต่ยังแจ๋วที่สุดในยุโรปด้วย
ดาวเตะสารพัดประโยชน์วัย 34 ปี กล่าวว่า "แกเร็ธ เติบโตขึ้นกับการเล่นตำแหน่งปีกซ้าย บางทีเขาเก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกหรือไม่ก็ในยุโรปเลยก็ว่าได้ เราจำเป็นต้องทำผลงานให้ดีที่สุดในการหยุดเขา ผมมองว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีกว่าเมื่อซีซั่นที่แล้ว เขาพัฒนาหลายๆ สิ่งกับสไตล์การเล่นของเขาในทุกๆ ปี"
"ตอนที่ผมหนุ่มๆ แต่ละปีผมจะบอกว่า -คุณต้องเพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้าไปในการเล่นของคุณ คุณต้องพยายามพัฒนาขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์- ตอนนี้ผมได้เห็นเขาทำอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเขาไม่เคยทำเมื่อ 12 เดือนก่อน หลายๆ ทีมพยายามที่จะหยุดเขาทางกราบ แต่เขาก็หันมาเล่นตรงกลาง เขายิงประตูได้มากมาย และนั่นเป็นสิ่งที่เขาพัฒนาขึ้น"
ขณะ เดียวกัน อดีตเด็กปั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า สเปอร์ส มีคุณภาพมากพอที่จะขึ้นไปติด 2 อันดับแรกบนตารางลีก "ผมคิดว่า สเปอร์ส คู่แข่งที่แข็งแกร่งมาก ฟอร์มอันโดดเด่นใน 2 เกมได้แก่กับ (แมนเชสเตอร์) ซิตี้ และ ยูไนเต็ด แต่ผลการแข่งขันน่าประทับใจสำหรับผมมากโดยเฉพาะเกมที่ ท็อตแน่ม ชนะ เวสต์บรอมฯ 1-0 นั่นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง นั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อคว้าแชมป์ลีกให้ได้" เนวิลล์ ผู้น้อง ระบุ
0 ความคิดเห็น:
Speak up your mind
Tell us what you're thinking... !