คาร์ริครับสโคลส์รีเทิร์นพาทัพผีคึกคัก
ไมเคิ่ล คาร์ริค มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับว่าการที่พอล สโคลส์ กองกลางตัวเก๋า ตัดสินใจกลับมาค้าแข้งอีกครั้ง สร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านบวกกับทีม หลังจากเพิ่งเปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไล่ถล่ม โบลตัน วันเดอเรอร์ส 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา
คาร์ริค เป็นคนยิงประตูปิดท้ายให้ทัพ "ปีศาจแดง" ในนัดล่าสุด ออกมายอมรับว่ามีความสุขที่ได้เห็น "สโคลซี่" เปลี่ยนใจกลับมาสวมสตั๊ดอีกครั้ง หลังจากประกาศเลิกเล่นในช่วงจบฤดูกาลที่แล้ว และดาวเตะวัย 37 ปี ยิงประตูแรกสำหรับการคัมแบ็กครั้งนี้ได้เรียบร้อย
"มันเป็นเรื่องที่คู่ควรแล้วสำหรับการที่เขา (สโคลส์) ยิงประตูตั้งแต่เกมที่แรกที่กลับมาลงสนามเป็นตัวจริง มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมในการได้เขากลับมาสู่ทีมอีกครั้งเพราะว่าเขาเป็น นักเตะชั้นยอด เขาปรับตัวกับทีมได้ทันที และถึงแม้ว่าดูเขาจะเหนื่อยหลังจากผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมง แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีในการมีเขาอยู่ในทีม"
"เพียงแค่การปรากฎตัวของเขา ก็ทำให้เราตระหนักได้ทันทีว่าเขาสามารถทำอะไรเพื่อทีมได้บ้าง เขาทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นตั้งแต่ในเกมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ) จากการที่ลงสนามอีกครั้ง มันเป็นการเสริมทีมที่ยอดเยี่ยมสำหรับเราไปจนถึงจบฤดูกาลนี้เลย" อดีตดาวรุ่งเวสต์แฮม ยูไนเต็ด กล่าว
ถึงแม้ว่าสกอร์ 3-0 จะเป็นชัยชนะที่ท่วมท้นแล้ว แต่พลพรรค "ปีศาจแดง" มีโอกาสเพิ่มประตูได้มากกว่านี้จากการครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ โดยคาร์ริค กล่าวว่าเขา และเพื่อนร่วมทีมต่างเริ่มรู้สึกหงุดหงิดจากการที่ไม่สามารถทำประตูได้ก่อน ที่ สโคลส์ จะยิงประตูปลดล็อกในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก
"ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีในหลายๆ จังหวะในครึ่งแรก และเราก็สร้างโอกาสที่น่าจะได้ประตู จนเราเริ่มคิดว่า "มันจะเป็นอย่างเดิมอีกแล้วใช่มั้ย" แต่ประตูก่อนช่วงพักครึ่งทำให้สมดุลของเกมตกมาอยูที่เราในช่วงครึ่งหลัง ประตูที่ 2 ทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม และเป็นเรื่องดีที่เราปิดเกมได้สำเร็จ"
นอกจากนี้กองกลางวัย 30 ปี ยอมรับว่ามีความสุขกับฟอร์มของตัวเองในเกมที่ผ่านมา "มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเสมอที่ยิงประตูได้ ผมทำมันได้ก่อนหน้านี้ในเกมกับควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แต่ประตูนี้มันต่างจากเดิมเล็กน้อย แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ได้เห็นลูกบอลกลิ้งเข้าไปกองในตาข่าย"
เฟอร์กี้โต้ดึงสโคลส์เหมือนผีถอยหลังลงคลอง
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปกป้องการตัดสินใจเรียกตัว พอล สโคลส์ มิดฟิลด์จอมเก๋า กลับมาสวมสตั๊ดค้าแข้งอีกครั้ง ในวัย 37 ปี ที่โดนใครบางคนบอกว่า ไม่ต่างจากการถอยหลังเข้าคลอง ชี้เท่าที่ดูไม่เห็นมีอะไรน่าเป็นห่วงเลย แม้เกมแรกที่กลับมาเล่นในศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ ที่บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 จะเล่นผิดพลาดหลายจังหวะ และมีส่วนกับการเสียประตูด้วยก็ตาม
การ กลับมาของ สโคลซี่ สวนทางกับย้ายออกไปซบ เอฟเวอร์ตัน ของ ดาร์รอน กิ๊บสัน ที่หนุ่มกว่า สดกว่า และการตัดสินใจของ เซอร์ อเล็กซ์ ครั้งนี้ ถูกวิจารณ์ว่า เหมือนการถอยหลังเข้าคลอง ซึ่งขัดแย้งกับความคิดของ เฟอร์กูสัน ที่กล่าวว่า "ผมว่ามันไม่เห็นมีอะไรน่าเป็นห่วงเลยนะ อาจมีบางคนที่มองแง่ลบ พวกเขาบอกว่านี่คือพัฒนาการที่ถอยหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันจะเป็นการถอยหลังได้ยังไง ? คุณได้นักเตะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมมานานกว่า 20 ปีแบบไม่ต้องเสียอะไร"
"เขา จะไม่ได้เล่นทุกนัดอยู่แล้ว แต่ในแง่ของความนิ่ง การผ่านบอล เขาด้อยกว่าใครเหรอ ? ไม่เลย" เฟอร์กี้ กล่าว พลางบอกอีกว่า สำหรับเขาแล้วปัญหาใหญ่คือการปิดข่าวการรีเทิร์นของ สโคลส์ มากกว่า "ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเราทำได้ยังไง เราลงทะเบียนชื่อเขาวันศุกร์ และคิดว่ามันคงมีข่าวออกไปจนได้ แต่เราไม่ได้บอกให้นักเตะคนไหนรู้ด้วยเหตุผลเรื่องคุณค่าผลกระทบด้านจิตใจ เราจะไปเยือน ซิตี้ เพื่อเล่นเกม เอฟเอ คัพ เรามีแฟนบอล 5,000 คนตามมาเชียร์ และทันทีที่พวกเขารู้ว่ามีชื่อของเขาอยู่ในทีมด้วย พวกเขาดีใจมาก มันคือการตอบสนองที่ยอดเยี่ยม"
ด้วย วัย 37 ปี เหตุผลที่ สโคลส์ ยังเล่นได้ มาจากการดูแลตัวเองอย่างเป็นมืออาชีพ ไม่ปล่อยให้แสงสีนอกสนามมารบกวน ผิดกับนักเตะรุ่นใหม่ โดย เฟอร์กี้ กล่าวว่า "สิ่งที่คุณต้องทำคือทำให้นักเตะรับรู้ และเข้าใจผลกระทบของความมีชื่อเสียง นาทีนี้คุณเป็นดารา นาทีต่อมาไม่ใช่ การรับมือกับความสำเร็จในทุกวันนี้มันยากกว่ามาก ทั้งจากสื่อ และโทรทัศน์ คุณจึงมีงานหนักในการทำให้พวกเขาไม่หลงตัวเอง"
"ผมจะ บอกพวกเขาเสมอว่า - กลับไปหาแม่ในฐานะนายคนเดิมแบบตอนที่มา นี่คือสิ่งสำคัญ เพราะชั้นมั่นใจว่าแม่ไม่อยากเห็นนายที่เปลี่ยนไปแน่ๆ - และเราก็ไม่อยากเห็นพวกเขาเปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน" เฟอร์กูสัน กล่าว ก่อนจะยกย่องศิษย์เก่าคนเก่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ตอนนี้ผันตัวมาทำงานผู้จัดการทีม และคว้าแชมป์กับ โมลด์ ที่ นอร์เวย์ บ้านเกิดได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ทำงาน
"โอเล่ เป็นหนึ่งในมืออาชีพที่จดจำทุกอย่างทั้งตอนซ้อม และตอนลงสนาม เขาเป็นคนเข้มแข็ง ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลย โอเล่เป็นคนดี เขาเป็นคนที่คนจะรัก แต่ถ้าคุณไปทำงานกับทีมอย่าง โมลด์ ใน นอร์เวย์ ที่ไม่เคยได้แชมป์เลยในประวัติศาสตร์ และคุณคว้าแชมป์มาครองได้ แสดงว่าคุณต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ"
เจ็บไม่หาย!น้องชายด่ากิ๊กส์ไอ้หนอนสกปรก
โรดี้ กิ๊กส์ น้องชายของไรอัน กิ๊กส์ ปีกรุ่นลายครามของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาให้สัมภาษณ์กับเดอะ ซัน หนังสือพิมพ์จอมสาระแนประจำเกาะอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า พี่ชายของเขาเป็นเพียงแค่หนอนสกปรกตัวหนึ่งเท่านั้น
โรดี้ วัย 34 ปี ออกมาเปิดใจครั้งแรกหลังจากที่โดนพี่ชายตัวดีทำเรื่องงามหน้าแอบมีสัมพันธ์ ชู้สาวกับ นาตาชา เมียรักของเขานานกว่า 8 ปี จนกลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่ในวงการลูกหนังจนทำให้ครอบครัวของเขาต้องแตกสลายใน ท้ายที่สุด
โรดี้ ซึ่งบันทึกวีดีโอด่า มิดฟิลด์วัย 38 ปีว่า "หน้าไม่อาย" กล่าวพร้อมกลั้นน้ำตาเอาไว้ว่า "ไรอัน เป็นยอดนักเตะ แต่เขาไม่มีอะไรในฐานะชายคนหนึ่ง เขาเป็นหนอน, ตัววีเซิ่ล (สัตว์คล้ายแมว) และไอ้คนขี้ขลาด นาตาชา เป็นเมียของผมมาทั้งชีวิต แล้วเขาก็เป็นคนที่ใกล้ชิดกับผมมากที่สุด ผมพบในจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของนาตาชา ที่บอกกับผมทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งแม่ของเธอให้กับผม แล้วเธอก็จากไป ผมได้แต่ชาไปหมด"
"ผมคิดเสมอว่า เขาเป็นคนที่สุดยอด แต่ตอนนี้ผมรู้ว่าเขาไม่เป็นแบบนั้น เขามันน่าละลาย เป็นไอ้คนขี้ขลาด เขาไม่เคยขอโทษ และมันดีที่รู้ว่า เขาทำลายชีวิตของผมเพียงเพราะเรื่องของเซ็กซ์ สิ่งที่ยากที่สุดคือการนึกภาพที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน เมื่อใครบางคนเป็นฮีโร่ของคุณมาเกือบตลอดชีวิต จากนั้นคุณกลับพบว่าเขาทรยศ, โกหก และนอนกับเมียของคุณลับหลังมันน่าเจ็บปวดอย่างที่สุด"
สุดท้าย โรดี้ ยอมรับว่า ได้แต่หวังจะกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับนาตาชา ในเวลานี้ "ผมรักนาตาชา เธอเป็นเมียของผม ผมอยากพยายาม และกอบกู้มันกลับมาหากสามารถทำได้ ผมมีครอบครัวที่ดี มีบ้านที่อบอุ่น และผมแค่คิดว่าเธอโดนชักใยจากไรอัน เมื่อตอนอายุยังน้อยเท่านั้นเอง"
มูรินโญ่งงโด้ฟอร์มแบบนี้ยังโดนโห่เฉย
โชเซ่ มูรินโญ่ โค้ชทีม "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด มหาอำนาจลีกกระทิง ออกมาปกป้อง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมทะลวงประตูตัวเก่ง บอกไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมถึงมีคนโห่ ไม่ว่าจะจากแฟนบอลทีมตัวเอง ไปจนถึงพวกนักข่าว ทั้งๆ ที่เล่นให้ทีม "ราชันชุดขาว" ได้ดีขนาดนี้ ผ่านไป 17 เกมลีก ซัดไปเบาะๆ 21 ลูก พาทีมรั้งอันดับจ่าฝูงตาราง ลา ลีกา เหนือทีม "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า อย่างมั่นคง
โรนัลโด้ เริ่มตกเป็นเป้าโห่แม้กระทั่งจากแฟนบอลทีมตัวเอง ขณะที่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เริ่มเป็นเหยื่อโจมตีจากสื่อด้วย โดยเฉพาะในเกมบอลถ้วย ที่ยิงได้แต่ไม่ยอมฉลองประตู ในแมตช์ถล่ม กรานาด้า 5-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเดือดร้อน มูรินโญ่ ต้องออกมาบอกว่า จะเอาอะไรกับนักเตะที่ยิงประตูถล่มทลาย มากกว่าจำนวนเกมที่ลงเล่น
"นี่เรากำลังพูดถึงกองหน้า และกองหน้าก็ควรถูกเอาไปเปรียบเทียบกับกองหน้าทีมอื่นๆ แต่ถ้าคุณอยากเปรียบเทียบ คุณมีสถิติของคนอื่นหรือเปล่า ? เรากำลังพูดถึงนักเตะรองเท้าทองคำ คนเดียวที่ยิงได้มากกว่าเขาคือนักเตะจากเอสโตเนีย (อเล็กซานเดอร์ เซกูลาเยฟส์)" มูรินโญ่ กล่าว
โบอาชจวกกลับแฮนเซ่นด่าเกมรับสิงห์บลูส์
อันเดร วิลลาส-โบอาช ผู้จัดการทีมเชลซี มหาเศรษฐีแห่งเกาะอังกฤษ ออกมาตอบโต้ อลัน แฮนเซ่น ตำนานกองหลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และกูรูลูกหนังระดับหัวแถวของวงการ ที่ออกมาโจมตีแนวรับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ทั้ง ดาวิด ลุยซ์ กองหลังจอมบุกชาวบราซิเลียน และ โชเซ่ โบซิงวา ฟูลแบ๊กทีมชาติโปรตุเกส หลังจบเกมที่พวกเขาเชือดทีม "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-1 สัปดาห์ที่แล้ว
โบ อาช เคยปะทะคารมกับ แฮนเซ่น มาแล้วเมื่อเดือนก่อน และคราวนี้ อดีตกุนซือปอร์โต้ ก็ยังเลือกที่จะออกมาตอบโต้เช่นเคย โดยบอกว่า "ผมไม่อยากวุ่นวายกับคนพวกนี้เลยจริงๆ อลัน ไม่ได้รับเอกสิทธิแบบผมที่ได้ทำงานกับนักเตะเหล่านี้ทุกวัน ถ้าหากทุกๆ คนเล่นได้ดีเลิศทุกนัด พวกนักวิจารณ์คงตกงานเป็นแถว เพราะไม่รู้จะวิจารณ์ใครดี คุณต้องหางานในวงการฟุตบอลอาชีพ ซึ่งยากกว่า"
โบ อาช ปกป้อง ดาวิด ลุยซ์ ที่มักโดนวิจารณ์ว่า ตะบี้ตะบันเติมเกมบุกแบบไม่สนใจว่าตัวเองเป็นกองหลัง ว่า "ผมว่าเขาก็เล่นดีตั้งแต่ต้น คุณต้องยอมรับว่ามันมีความเข้าใจแบบผิดเกิดขึ้นตั้งแต่แรก ตั้งแต่ตอนที่เขาย้ายมาแล้ว บางครั้งนักเตะก็ถูกมองแบบยึดติดกับภาพลักษณ์ไปตลอดชีวิต และคุณมีความรู้สึกแบบนั้นกับ ดาวิด ผมเคยเห็นเขาเล่นที่ โปรตุเกส และตอนนี้ผมได้ทำงานกับเขา"
"เขาจะเป็นหนึ่งในกองหลัง ที่ดีที่สุดในโลก จากบุคลิก, ความสามารถทางเทคนิค, การมองเกม และความเร็ว คุณต้องปรับตัวเข้ากับ พรีเมียร์ลีก เพราะวัฒนธรรมมันต่างจากประเทศอื่นๆ มันอาจเป็นความช็อกครั้งใหญ่ จากการเล่นที่ โปรตุเกส และต้องย้ายมาเล่นใน อังกฤษ แต่คุณก็เห็นว่ามีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ"
เจิดหวังต่อสัญญาหงส์อีกฉบับก่อนแขวนสตั๊ด
สตีเว่น เจอร์ราร์ด มิดฟิลด์กัปตันทีมลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ประจำศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเปิดเผยเป้าหมายที่จะต่อสัญญากับสโมสรอีก 1 ครั้ง หลังจากเพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา
ดาวเตะวัย 31 ปี เพิ่งบรรลุข้อตกลงสัญญาฉบับใหม่ที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดระยะเวลา โดยระบุเพียงว่าจะทำให้เขาค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์ จนกระทั่งแขวนสตั๊ต อย่างไรก็ตาม "สตีวี่จี" ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนว่าจะเป็นเมื่อไร
กองกลางทีมชาติอังกฤษ กล่าวผ่านหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ "ผมหวังว่าจะลงเล่นไปจนหมดสัญญานี้ ผมกำลังรู้สึกฟิต และแข็งแกร่ง ผมอยากลงเล่นไปตราบนานเท่าที่จะสามารถทำได้ ผมไม่อยากวางกำหนดเวลาเอาไว้ ตราบใดที่ผมรู้สึกดี และผมยังจะสามารถโชว์ฟอร์มในระดับสูงต่อไปได้ ผมก็จะลงเล่นต่อไป"
"หวังเป็นอย่างยิ่งว่าตลอดเวลา 2-3 ปีจากนี้ ผมจะได้รับสัญญาอีก 1 ฉบับจากฟอร์มการเล่นของผม แต่แม้ลิเวอร์พูล จะไม่ยื่นสัญญาอีกฉบับให้ผมหลังจากฉบับนี้ ผมก็ไม่คิดว่าผมจะไปเล่นให้กับใครอื่นได้อีกแล้ว ผมอยู่กับสโมสรนี้มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และผมกำลังอยู่ในความฝัน"
เจอร์ราร์ด เตรียมได้รับเสียงเชียร์ดังกระหึ่มระหว่างเดินนำลูกทีมลงสนามดวลแข้งสโต๊ค ซิตี้ ที่สนามแอนฟิลด์ ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคมนี้ หลังจากพวกเขาเพิ่งทำผลงานยอดเยี่ยม บุกคว่ำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ในศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศ เกมแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านั้น "หงส์แดง" เพิ่งถล่มโอลด์แฮม 5-1 ในถ้วยเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อสัปดาห์ก่อน
ผี-สิงห์หูผึ่ง!เอเยนต์แย้มอาซาร์สนโยกซบด้วย
จอห์น บิโก้ เอเยนต์คู่ใจของ เอแด็ง อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ของ ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส ฤดูกาลล่าสุด สร้างความหวังให้หลายต่อหลายทีม รวมถึงทีมในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังออกมาเผยว่า พ่อค้าแข้งในความดูแลของตน เปิดโอกาสที่จะได้ย้ายทีมแน่ แต่เรื่องดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงช่วงซัมเมอร์ เพราะตอนนี้ดาวรุ่งชาวเบลเยียม อยากพาต้นสังกัดซิวแชมป์ลีกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
แข้งวัย 21 ปี ถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของโลก จนถึงขนาดที่ทั้ง บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด 2 ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ต่างให้ความสนใจในตัวเขาอย่างมาก ซึ่งนายหน้าของเพลย์เมกกอร์ทีมชาติเบลเยียม ที่ตามรายงานบอกว่า มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 33 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,650 ล้านบาท) อาจทำให้เกิดสงครามยื้อแย่งตัวนักเตะ หลังออกมาบอกว่า อาซาร์ มีโอกาสที่จะได้ย้ายทีมในอนาคตเช่นกัน
"เดลี่ เมล์" สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี อ้างอิงคำพูดของ บิโก้ ว่า "ชีวิตการค้าแข้งของ เอแด็ง ตั้งอยู่บนหลักปรัชญาของการพัฒนาด้วยความอดทนแบบปีต่อปี และความปรารถนาอันแรงกล้าของเขาในวันนี้ก็คือการพยายาม และพา ลีลล์ ครองแชมป์ลีกได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันให้ได้ แต่เขาเป็นมืออาชีพ และสโมสรก็คือบริษัทๆ หนึ่ง ซึ่งบางครั้งสโมสรต่างๆ ก็ต้องรับมือกับความเป็นจริงของตลาดซื้อ-ขายให้ได้ และ เอแด็ง จะยอมรับกับทุกๆ การตัดสินใจของ ลีลล์ แน่นอน"
ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า อาซาร์ กำลังรอที่จะได้ย้ายไปเล่นให้ "ราชันชุดขาว" แต่ตัวแทนของแข้งชาวเบลเยียม ออกมาสร้างกระแสให้เหล่าทีมในศึกพรีเมียร์ลีก เกิดอาการเนื้อเต้น หลังยอมรับว่า ลีกสูงสุดแดนผู้ดีน่าจะดึงดูดความสนใจของมิดฟิลด์วัย 21 ปี ได้มากกว่า
"การย้ายไปอังกฤษ ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือจากตัวเลือกของเราเสียทีเดียว ดังนั้นถ้ามันเกิดขึ้นจริง ก็คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดปัญหา หรือทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากนักหรอก มันขึ้นอยู่กับแผนงาน และโครงการที่จะมุ่งมั่นกับ เอแด็ง รวมถึงขึ้นอยู่กับความทะเยอทะยานที่เขาจะรู้สึกได้จากใครก็ตามที่เขาได้ เจรจาด้วย"
"จริงอยู่ที่ เรอัล ชอบเขา และเขาก็ชอบทีมนั้น แต่เขาก็อาจจะมองเห็นว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือโอกาสที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมันก็เหมือนกับนักเตะทุกๆ คนนั่นแหละ นอกจากนี้ถ้าเกิด โรมัน อบราโมวิช (เจ้าของทีม เชลซี) ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อพา เชลซี กลับไปสู่ระดับท็อปอีกครั้งแล้วล่ะก็ พวกเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กันหรอกนะ และ เอแด็ง ก็น่าจะพิจารณาถึงการย้ายไปร่วมทีมของพวกเขาด้วยแน่นอน" เอเยนต์คนดังกล่าว ระบุ
เอเยนต์แย้มกราเนโร่อาจลาราชันย้ายซบหงส์
เอสเตบัน กราเนโร่ มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด อาจตัดสินใจอำลาถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีแนวโน้มว่า ลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะเป็นจุดหมายการค้าแข้งที่ต่อไป หลังจากต้องตกเป็นตัวสำรองของ ซามี่ เคดิร่า และ เมซุต โอซิล ในแดนกลางของทีม นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เคตาเฟ่ ด้วยค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 172 ล้านบาท) เมื่อปี 2009
เท โอฟิโล่ ลาซาโร่ เอเยนต์ส่วนตัวของดาวเตะวัย 24 ปี กล่าวว่า "เขามีโอกาสค่อนข้างจำกัดกับ เรอัล เขาหวังที่จะย้ายออกจากทีม มีความเป็นไปได้ที่จะย้ายไป ลิเวอร์พูล หากเขาไม่ได้ลงเล่นกับ มาดริด เขาก็จะย้ายไปเล่นที่อื่นก็เท่านั้นเอง"
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า "หงส์แดง" ปรารถนาที่จะคว้าตัวอดีตกองกลางทีมชาติสเปน รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี มาร่วมทีมในช่วงเปิดตลาดซื้อขายเดือน ม.ค.นี้ หรืออาจจะเป็นช่วงซัมเมอร์หน้า โดยคาดว่าจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินราว 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 350 ล้านบาท) หากหวังกระชากตัวนักเตะมาเสริมทัพในช่วงเปิดตลาดฤดูหนาว
ลือ!หงส์สนส่งโคลแลกโซว์
"เลอ ปารีเซียง" สื่อดังเมืองน้ำหอม รายงานข่าว เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ลีลล์ สโมสรชั้นนำแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส มีความสนใจที่จะแลกตัวนักเตะกันระหว่าง มุสซ่า โซว์ กองหน้าทีมชาติเซเนกัล และ โจ โคล กองกลางจอมเทคนิคเลือดผู้ดี
ปัจจุบันทั้งสองคนกำลังเล่นให้กับ ลีลล์ หลังจากที่ โคล ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น สต๊าด ลีลล์-เมโทรโปล แบบสัญญายืมตัว 1 ปี ซึ่งเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ จน ลีลล์ อยากจะคว้าตัวมาร่วมทีมเป็นการถาวรหลังจบฤดูกาลนี้
ขณะที่ โซว์ ก็กลายเป็นดาวยิงเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในลีกยุโรป หลังคว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด ลีก เอิง เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยกำลังได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า ลีลล์ ได้ตอบรับข้อเสนอเงิน 10 ล้านยูโร (ประมาณ 430 ล้านบาท) จาก เฟเนร์บาห์เช่ สโมสรดังลีกตุรกี เรียบร้อยแล้ว เมื่อสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม หัวหอกร่างใหญ่วัย 25 ปี ซึ่งตอนนี้กำลังเตรียมตัวรับใช้ชาติสู้ศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีความสนใจที่จะย้ายไปค้าแข้งในลีกแดนไก่งวง เพราะอยากไปพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมากกว่า
เป็นที่คาดกันว่า ลิเวอร์พูล อาจจะต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งบวกเพิ่มไปด้วย เพื่อให้การแลกตัวนักเตะครั้งนี้ลุล่วง ซึ่งนั่นก็จะเป็นประโยชน์ต่อ ลีลล์ เพราะ โซว์ กำลังจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 นี้แล้ว และถ้าหากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ ตัวนักเตะก็น่าจะย้ายสลับขั้วกันอย่างเป็นทางการหลังจบฤดูกาลนี้
สื่อผู้ดียันเคฮิลล์ตกลงสัญญาสิงห์บลูส์ฉลุย
เดลี่ มิร์เรอร์ หนังสือพิมพ์เล่มดังของเกาะอังกฤษ รายงานว่า แกรี่ เคฮิลล์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษของโบลตัน วันเดอเรอร์ส สามารถตกลงสัญญาส่วนตัวกับ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ร่วมศึกพรีเมียร์ลีก และเดินทางมาตรวจร่างกายเบื้องต้นกับต้นสังกัดใหม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา
สื่อเมืองผู้ดีระบุว่าปราการหลังวัย 26 ปี จะได้รับค่าเหนื่อย 80,000 ปอนด์ (ราว 4 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในสัญญาที่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2017 โดยคาดว่ายอดทีมแห่งกรุงลอนดอนต้องจ่ายค่าตัว 7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 350 ล้านบาท) หลังจากเขากำลังจะหมดสัญญากับ "เดอะ ทร็อตเตอร์ส" ในช่วงซัมเมอร์นี้
ทางด้านสกาย สปอร์ตส์ สถานีโทรทัศน์กีฬายักษ์ใหญ่เกาะอังกฤษ รายงานตรงกัน พร้อมคาดการณ์ว่า เคฮิลล์ จะรีบจัดการย้ายทีมให้เสร็จสิ้นภายในสุดสัปดาห์ ทำให้โบลตัน อาจจะไม่มีเขาลงช่วยบัญชาเกมรับในการบุกเยือน "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคมนี้
เสือเหลืองชี้ซาฮินไม่รุ่งเพราะราชันไม่เห็นค่า
ฮันส์ โจอาคิม วัตซ์เค่ ประธานบริหารทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แชมป์เก่าศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความเห็นถึงสาเหตุที่ว่าทำไม นูริ ซาฮิน กองกลางทีมชาติตุรกี ศิษย์เก่าทีม "เสือเหลือง" ถึงไม่ประสบความสำเร็จในการเล่นที่ สเปน กับ เรอัล มาดริด โดยเชื่อว่า ปัจจัยหลักคงเป็นเพราะคุณค่าในทีมมีความแตกต่างกัน ชี้ ทีม "ราชันชุดขาว" ไม่ได้ประเมินค่าเขาสูงแบบสมัยที่อยู่กับ ดอร์ทมุนด์
ซาฮิน ย้ายไปเล่นที่ สเปน ด้วยค่าประมาณ 10 ล้านยูโร (ราว 430 ล้านบาท) ช่วงซัมเมอร์ หลังพา ดอร์ททุนด์ คว้าถาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์มาครอง แต่เพราะว่ามีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้เขาพลาดลงสนามตั้งแต่ต้นซีซั่น และแม้ตอนนี้จะหายเจ็บแล้ว สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น และเป็นตัวสำรองต่อเนื่อง
วัตซ์เค่ พูดถึง ซาฮิน ผ่านการแสดงความเห็นว่า ช่วงนี้นักเตะตระหนักแล้วว่า พวกเขามีความทะเยอทะยาน และมีโอกาสประสบความสำเร็จโดยไม่จำเป็นต้องย้ายทีมแต่อย่างใด โดยเฉพาะการย้ายไปเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่พักหลังๆ เริ่มไม่มีนักเตะกระสันอยากย้ายไปเล่นด้วยเหมือนกัน พลางยกตัวอย่าง ซาฮิน ว่าอาจเป็นตัวอย่างของการย้ายทีมที่ไม่เหมาะสม
"ในช่วง 2 ปีมานี้กระแสการย้ายไปเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค เริ่มตกลงไป เราเห็นได้จากการเซ็นขยายสัญญาของนักเตะ อย่างเช่น มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ เป็นต้น นักเตะรู้ว่าเราเป็นทีมที่ทะเยอทะยาน อยู่กับเราที่นี่นักเตะรู้ถึงจุดเด่น และจุดอ่อนของตัวเอง คุณเห็นตัวอย่างจาก นูริ ซาฮิน ว่าเป็นนักเตะที่มีความสามารถหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่พอไปอยู่ในอีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง (เรอัล มาดริด) เขากลับพบปัญหา"
0 ความคิดเห็น:
Speak up your mind
Tell us what you're thinking... !