Headlines News :
Home » » ข่าวฟุตบอลทั่วโลก 12BET 23/01/2555

ข่าวฟุตบอลทั่วโลก 12BET 23/01/2555

Written By SPORT WORLD on Monday, January 23, 2012 | 3:13 PM

เวนเกอร์รับแท็กติกผิดพลาดทำปืนถูกผีเชือด



        อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล ก้มหน้ารับ สาเหตุที่ทำให้ทีมของตนพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีสาเหตุจากความผิดพลาดด้านแท็กติกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่ยังยืนกราน ไม่ได้คิดผิดแต่อย่างใด ที่เอา อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ซึ่งวาดลวดลายได้อย่างสุดยอดออกจากสนาม ระบุ ทีมเล่นได้อย่างสุดแจ่มในครึ่งหลัง พร้อมชี้ "ไอ้ปืนใหญ่" ลุ้นท็อปโฟร์ยากขึ้นแล้ว
        อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ยอมรับว่า ความผิดพลาดทางด้านแท็กติกเพียงครั้งเดียว คือสิ่งที่ทำให้ทีมของตนต้องเป็นฝ่ายปราชัย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 คาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจากที่อาคันตุกะได้ประตูชัย จากความผิดพลาดของ อังเดร อาร์ชาวิน ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้

        อันโตนิโอ วาเลนเซีย โหม่งทำประตูขึ้นนำให้ "ปีศาจแดง" ในช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงกัปตันทีม จะมาทำให้ "ไอ้ปืนใหญ่" ตีเสมอสำเร็จในนาทีที่ 71 จากการผ่านบอลของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ปีกดาวรุ่งประจำทีม ที่วันนี้ป่วนแผงหลังทีมเยือนได้แทบตลอด

        อย่าง ไรก็ตาม เวนเกอร์ ก็ต้องทำให้แฟนๆ เจ้าถิ่นช็อกตาตั้ง เมื่อตัดสินใจเปลี่ยนเอาแข้งวัย 18 ปีออกจากสนาม โดยส่ง อาร์ชาวิน ลงไปแทน และเป็นนักเตะเลือดหมีขาว ที่ปล่อยให้ วาเลนเซีย พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้ ก่อนที่จะเปิดให้ แดนนี่ เวลเบ็ค ซัดชัยให้อาคันตุกะในนาทีที่ 81

        เวนเกอร์ กล่าวกับ "สกายสปอร์ตส์" สื่อกีฬาชั้นนำในประเทศอังกฤษว่า "ตอนที่เกมมันเสมอ 1-1 เนี่ย ดูเหมือนว่า เราน่าจะชนะได้แล้ว แต่ในท้ายที่สุด ความผิดพลาดทางด้านแท็กติกเพียงครั้งเดียวก็ทำให้เราต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ตอนนี้ผมไม่อยากไปคิดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว แต่การปล่อยปละละเลยเพียงแค่วินาทีเดียวก็ทำให้คุณต้องชดใช้อย่างเจ็บปวด ได้"

        ถึงแม้จะยอมรับกับความผิดพลาดดังกล่าว แต่กุนซือเลือดเฟร้นช์ ก็ยังยืนหยัดปกป้องการตัดสินใจของตนเอง ที่เปลี่ยนเอา อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ออก โดยเผยว่า แข้งดาวรุ่งรายนี้เริ่มล้าแล้วนั่นเอง "ผมเข้าใจดีว่า แฟนๆ รู้สึกโมโหเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับการที่มันไม่ได้ผลเลย แต่เขา (อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน) เริ่มมีอาการล้าแล้ว แถมสัปดาห์นี้เขาก็ป่วยด้วย"

        "ขณะ เดียวกัน อาร์ชาวิน เป็นถึงกัปตันทีมชาติรัสเซีย ซึ่งคุณมีให้เลือกระหว่างเด็กดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่ออกสตาร์ตในเกม พรีเมียร์ลีก เป็นนัดแรก กับคนที่เป็นผู้นำในทีมบ้านเกิดของตนเอง แล้วพวกเขายังมาซักถามถึงการเปลี่ยนตัวอีกเนี่ยนะ? เรามาคิดแบบจริงจังกันหน่อยดีกว่า"

        "ผมเป็นผู้จัดการทีมมา 30 ปีแล้ว และเปลี่ยนตัวไปแล้วกว่า 50,000 ครั้ง ผมไม่ต้องมาอธิบาย หรือแก้ตัวกับทุกๆ การตัดสินใจของผมให้พวกคุณ (สื่อ) รู้หรอก ผมจะยืนหยัดปกป้อง และสนับสนุนมันต่อไป" กุนซือวัย 62 ปี เผยอย่างหนักแน่น

        ทั้ง นี้ นายใหญ่แดนน้ำหอม ยอมรับว่า ความปราชัยในครั้งนี้ทำให้ทีมของตนต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก กับการขึ้นไปติดอยู่ในท็อปโฟร์ให้ได้ในซีซั่นนี้ เพราะตอนนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน มี 36 แต้ม จากการลงเล่น 22 นัด ตามหลัง เชลซี ทีมในอันดับที่ 4 ที่ลงเล่นเท่ากันถึง 5 คะแนน "มันทำให้เราต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก มันเป็นเกมที่เราไม่ควรจะต้องมาแพ้เลย"

        นอกจากนี้ เวนเกอร์ เสริมด้วยว่า ลูกทีมของตนใช้เวลานานเกินไป กว่าที่จะเริ่มเล่นได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ก็ยังพอใจที่ขุนพล "ไอ้ปืนใหญ่" โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน 45 นาทีหลัง แม้ต้องเป็นฝ่ายแพ้ก็ตาม "โดยรวมแล้ว ผมอยากจะบอกว่า เราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งหลัง เราต้องเจอความยากลำบากในครึ่งแรก เพราะเราไปประหม่านิดหน่อย ผมคิดว่าในครึ่งหลัง เรามีโอกาสที่จะชนะได้หลายครั้ง"

        "เรา ตั้งรับได้ผิดพลาดในจังหวะที่เสียลูกที่ 2 ก็จริง แต่โดยรวมแล้ว เราก็ทำได้อย่างสุดยอดในครึ่งหลัง เพราะเรามีโอกาสหลายครั้ง เราก็แค่โชคไม่ดีเท่านั้น คุณจะเห็นได้เลยว่า วันนี้เราต้องเล่นภายใต้ความกดดัน และเราต้องใช้เวลาถึง 45 นาที กว่าจะปรับตัวเข้าสู่เกมได้ ซึ่งในครึ่งหลังเราเล่นได้แบบมีอิสระมากขึ้น และเราก็อันตรายมากๆ เลยทีเดียว" นายใหญ่แห่งถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ร่ายยาว




ป๋าเผยโจนส์เจ็บเอ็นข้อเท้า-เซ็งแข้งผีเดี้ยงบาน



        เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยัน ฟิล โจนส์ เซนเตอร์แบ็กดาวโรจน์ ได้รับอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้า ทำให้หมดสิทธิ์ลงสนามอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ในขณะที่ นานี่, เวย์น รูนี่ย์ และ ไมเคิ่ล คาร์ริค ต่างก็ได้รับบาดเจ็บจากเกมที่เป็นฝ่ายคว้าชัยเหนือ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

        เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาเปิดเผยว่า ฟิล โจนส์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ จะต้องพักรักษาตัวราว 2-3 สัปดาห์ หลังจากได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นข้อเท้าจากเกมที่บุกเชือด อาร์เซน่อล 2-1 ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา

        ดาว เตะวัย 19 ปี เพิ่งจะกลับมาลงสนามให้ทัพ "ปีศาจแดง" อีกครั้ง หลังจากพลาดเกมกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แต่ก็ได้อยู่ในสนามเพียงแค่ 15 นาทีจากจังหวะที่สะดุดล้มไปเองก่อนจะถูกหามออกจากสนามไป นอกจากนี้ ยูไนเต็ด ยังได้รับข่าวร้ายเพิ่มเติมว่า นานี่ และ เวย์น รูนี่ย์ 2 ขุนพลคนสำคัญในแนวรุกต้องฝืนเล่นในช่วงท้ายเกมที่ผ่านมา รวมทั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่มีอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า

        เฟอร์กูสัน ต้องปวดหัวยิ่งกว่าเดิมเนื่องจากก่อนหน้านี้ก็มีนักเตะบาดเจ็บในบัญชีราย ชื่อยาวเป็นหางว่าวอยู่แล้วทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์, อันแดร์สัน, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, แอชลี่ย์ ยัง, ไมเคิ่ล โอเว่น, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ เนมันย่า วิดิช กล่าวว่า "มันไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเราเลย ผมคิดว่า โจนส์ ต้องพักราว 2-3 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้า คาร์ริค รู้สึกเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าเช่นกันในครึ่งหลัง ทำให้ต้องปักหลักอยู่แต่บริเวณกลางสนามเท่านั้น"

        นอกจากนี้ ยอดกุนซือวัย 70 ปี ยอมรับว่าพอใจกับผลการแข่งขันในเกมที่ผ่านมา แต่ก็เชื่อว่า ยูไนเต็ด น่าจะเป็นฝ่ายปิดเกมได้เร็วกว่านี้ "เราสร้างโอกาสยิงประตูได้มากมาย แต่การได้แค่ 2 ประตูนั้นเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเล็กน้อย เราน่าจะฉวยโอกาสจากความได้เปรียบของเราตั้งแต่ในครึ่งแรก แต่เราก็โชคดีเช่นกันที่พวกเขาพลาดโอกาสทอง 3 ครั้งในช่วง 15 นาทีแรกของครึ่งหลัง"

        พร้อมกันนี้ "เฟอร์กี้" ชื่นชมผลงานในแนวรับ โดยเฉพาะ คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กวัยกระทง ที่รับมือกับลูกโยนยาวในกรอบเขตโทษในช่วงท้ายเกมได้อย่างยอดเยี่ยม "เมื่อตอนที่พวกเขาดัน (แพร์) แมร์เตซัคเกอร์ ขึ้นมาอยู่ข้างหน้า และโยนบอลเข้าสู่เขตโทษของเราอย่างต่อเนื่อง คุณไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าเราก็รับมือกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม สมอลลิ่ง เล่นได้อย่างมหัศจรรย์ในช่วงเวลานั้น และเราก็เป็นฝ่ายคว้าชัยได้สำเร็จ"


จ่าแฮร์รี่ฉุนบาโลย่ำหัวพาร์เกอร์แต่รอดเฉย



        แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ นายใหญ่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ฟิวส์ขาด จวก มาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้า แมนฯ ซิตี้ เล่นไม่ซื่อ ย่ำใส่หัว สกอตต์ พาร์เกอร์ ห้องเครื่องคนเก่งของตน ในเกมที่ "ไก่เดือยทอง" พ่าย "เรือใบสีฟ้า" 2-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่กลับไม่โดนตะเพิดออกจากสนาม เพราะไปอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ชี้แข้งชาวอิตาเลียนตั้งใจทำชัดๆ แถมมั่น "ซูเปอร์มาริโอ" โดนลงโทษย้อนหลังชัวร์




        แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวโจมตี มาริโอ บาโลเตลลี่ ดาวยิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ไปเล่นนอกเกม ด้วยการย่ำใส่หัวของ สกอตต์ พาร์เกอร์ ห้องเครื่องคนเก่งประจำค่าย "ไก่เดือยทอง" ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทีมของตนออกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-3 ถึงถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา

        "เรือใบสีฟ้า" ออกนำห่างถึง 2-0 จาก ซามีร์ นาสรี่ และ โจลีออน เลสค็อตต์ ในนาทีที่ 56 กับ 59 ตามลำดับ แต่ลูกทีมของ เร้ดแน็ปป์ ก็ฮึดตามตีเสมอได้จาก เจอร์เมน เดโฟ ในนาทีที่ 60 และ แกเร็ธ เบล ในอีก 5 นาทีต่อจากนั้น ก่อนที่ "ซูเปอร์มาริโอ" ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรอง จะมาโดนใบเหลืองในนาทีที่ 79

        อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังเล่นชวนหวาดเสียว จนเท้าของเขาไปย่ำใส่หัวของมิดฟิลด์วัย 31 ปี ในจังหวะที่เสียการทรงตัว ในนาทีที่ 84 แต่ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ เชิ้ตดำในเกมนี้ ปล่อยให้เป็นประโยชน์กับ บาโลเตลลี่ เนื่องจากไม่แน่ใจว่า แข้งชาวอิตาเลียนตั้งใจหรือไม่ และยอมรับคำอ้างจากตัวนักเตะว่า เป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น

        จากการที่อดีตแข้ง อินเตอร์ มิลาน ยังอยู่ในสนาม ทำให้เขาเป็นคนที่ช่วยทำให้ "เรือใบสีฟ้า" คว้าชัยได้อย่างสุดสะใจเจ้าถิ่น หลังเรียกจุดโทษให้ทีม และเป็นคนลุกขึ้นมาสังหารเองในช่วงนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ จนทำให้ต้นสังกัดคว้าชัยไป 3-2 ซึ่ง "จ่าแฮร์รี่" เชื่อว่า บาโลเตลลี่ ควรจะโดนไล่ออก จากจังหวะที่ไปเล่นงานห้องเครื่องคนเก่งของตนแล้ว

        เมื่อถูกถามว่า บาโลเตลลี่ ควรจะโดนไล่ออกหรือไม่นั้น เร้ดแน็ปป์ ตอบว่า "ใช่ ผมคิดอย่างนั้นแหละ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้สักหน่อยนี่ จริงไหมล่ะ? และผมมั่นใจว่า มันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย ใช่ ผมจะเป็นคนสุดท้าย ที่ออกมาพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับการไล่ใครออกจากสนาม แต่มันเป็นจังหวะที่เห็นกันอยู่ทนโท่ และเวลาที่เขาปะทะกับคู่แข่ง เขาก็ตอบสนองแบบนั้นอยู่หลายครั้ง"

        "สกอตต์ มีบาดแผลที่แสนจะสวยงามบนหัวเขา ผมไม่แน่ใจว่า เขาต้องเย็บหรือเปล่า แต่บางครั้งมันก็เป็นอย่างนั้นนั่นแหละ ผมแปลกใจเหลือเกินที่ผู้กำกับเส้นไม่เห็นจังหวะนั้น การย่ำครั้งแรกอาจเป็นแค่อุบัติเหตุก็จริง แต่ครั้งที่ 2 ล่ะ? เขาใช้ปลายเท้าย่ำใส่หัวตรงๆ เลยนะ"

        "จริงๆ ผมไม่ชอบพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับการเตะผู้เล่นที่หัวหรอกนะ แต่เมื่อคุณเห็นเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น มันก็เป็นเรื่องผิดพลาดชัดเจน ไม่ว่าเขาจะถูกไล่ออกหรือไม่ก็ตาม มันก็เป็นเรื่องที่ผิดอยู่ดี และผมไม่ชอบเห็นใครตอบสนองอย่างนั้นในเวลาที่เกิดการปะทะกัน ซึ่ง สกอตต์ ป้องกันได้ดีมาก" นายใหญ่แห่งถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน กล่าวอย่างหัวเสีย

        "จ่าแฮร์รี่" เสริมว่า ตนค่อนข้างไม่พอใจ ที่บางฝ่ายชอบบอกว่า ความผิดปกติของ บาโลเตลลี่ เป็นเพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น "คุณคิดว่ายังไงล่ะ? มันเป็นเรื่องประหลาดที่น่าชื่นชมหรือไง? ว่าไงล่ะ? แต่เขาไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย และมันขึ้นอยู่กับผู้จัดการทีมของพวกเขาเอง ซึ่งผมก็มีความคิดเห็นของผม"

        "ยังไงก็ตาม ผมไม่ชอบที่จะเห็นใครไปเตะหัวคนอื่นหรอก มันไม่ใช่อะไรที่ผมจะเข้าใจได้ ผมหมายถึง คุณจะไปย่ำใส่หัวใคร ในตอนที่เขานอนอยู่ได้ยังไงล่ะ ผมไม่เข้าใจมันเลยสักนิด แต่เขาไม่ใช่ปัญหาของผม ปล่อยให้คนอื่นเจอปัญหาไปเองก็แล้วกัน"

        ทั้งนี้ เร้ดแน็ปป์ซีเนียร์ เผยด้วยว่า ตนจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) จะลงโทษ บาโลเตลลี่ ย้อนหลัง "ผมไม่รู้หรอก อะไรที่มันจบก็คือจบ แต่ผมมั่นใจว่า พวกเขา (เอฟเอ) จะดูถึงเหตุการณ์นี้ พวกเขาต้องทำอยู่แล้วนี่ จริงไหม? แต่ผมก็มองไม่เห็นถึงเหตุผลเลยว่า ทำไมเขาถึงต้องเหยียบหัว สกอตต์ แบบเปิดปุ่ม ในขณะที่ สกอตต์ นอนอยู่บนพื้นด้วย? มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย และเรื่องแบบนี้ไม่ควรมีอยู่ในวงการฟุตบอลสักนิด" 





บาโลโวสบายๆตะบันจุดโทษดับไก่



        มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกจอมยียวนของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักไหล่สบายอุรา ตอนที่ทำหน้าที่สังหารจุดโทษเกมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โวสภาพจิตใจสุดสงบ เหมือนกับตอนซัดจุดโทษในเกมอื่นๆ

        มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าทีมชาติอิตาลีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โวสนั่น ไม่รู้สึกประหม่าแม้แต่นิดเดียว ในจังหวะที่สังหารจุดโทษช่วงทดเจ็บ เกมช่วย "เรือใบสีฟ้า" เฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-2 ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา

        "ซูเปอร์มาริโอ" โดนทำฟาวล์ในเขตโทษจาก เล็ดลี่ย์ คิง ปราการหลัง "ไก่เดือยทอง" ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยงานนี้ บาโลเตลลี่ ขออาสาเป็นคนจัดการตะบันจุดโทษด้วยตัวเอง และก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเจ้าตัวซัดผ่านมือ แบรด ฟรีเดล นายทวารเลือดมะกัน ช่วยให้ต้นสังกัดเก็บ 3 คะแนนสำคัญได้สำเร็จ

        สำหรับคำถาม ที่ว่า เจ้าตัวรู้สึกหวาดหวั่นใจหรือไม่ ที่ทำหน้าที่ยิงจุดโทษในช่วงเวลาสุดสำคัญ โดย บาโลเตลลี่ ซึ่งน่าจะโดนไล่ออกจากจังหวะย่ำใส่ศีรษะของ สกอตต์ พาร์เกอร์ ห้องเครื่อง สเปอร์ส เปิดใจว่า "ผมไม่รู้สึกประหม่าอะไรทั้งนั้น ผมรู้สึกนิ่ง ก็เหมือนกับทุกๆ ครั้งที่ผมยิงจุดโทษนั่นแหละ"
 
 
 เบลปวดใจไก่พ่ายทดเจ็บ



        แกเร็ธ เบล มิดฟิลด์ตัวจิ๊ด "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก้มหน้ารับเพื่อนร่วมทัพทุกคนถึงกับใจสลายพ่าย "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2 ในวินาทีสุดท้ายของเกม ยันรับไม่ได้จริงๆที่ต้องแพ้ ทั้งที่โชว์ฟอร์มสวยงามคัมแบ็กกลับมาตีเสมอได้แบบน่าชมเชย แถมน่าชนะอีกต่างหากถ้าเจอร์เมน เดโฟ หัวหอกชาวผู้ดี ไม่ทำหมูหกช่วงท้ายเกม

        แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ของท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ออกมายืนยันว่าพวกเขาไม่สมควรเป็นฝ่ายปราชัย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากมาริโอ บาโลเตลลี่ สังหารจุดโทษนำชัยให้เจ้าถิ่นในนาทีสุดท้าย

        ทัพ "ไก่เดือยทอง" โชว์สปิริตยอดเยี่ยม ไล่ตามตีเสมอ "เรือใบสีฟ้า" ได้สำเร็จ ทั้งที่โดนนำก่อนถึง 2-0 จากการยิงของเจอร์เมน เดโฟ หัวหอกร่างเล็ก และเบล ที่ปั่นบอลจากระยะ 25 หลาเข้าประตูอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม เล็ดลี่ย์ คิง ปราการหลังกัปตันทีม กลับเสียท่าเกี่ยว บาโลเตลลี่ ล้มลงในเขตโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนที่สตาร์ชาวอิตาลี จะลุกขึ้นมาสังหารนำ "เรือใบสีฟ้า" เฉือนชนะ 3-2 แบบสุดระทึก

        ความพ่ายแพ้ในเกม นี้ส่งผลให้สเปอร์ส ไล่ตาม ซิตี้ เพิ่มเป็น 8 คะแนน โดยเบล ยอมรับว่าบรรดาเพื่อนร่วมทีมต่างเศร้าอย่างหนักกับผลการแข่งขัน "ทุกคนหัวใจสลาย เราได้ใจจากฟอร์มการเล่น แต่เราทุกคนรู้สึกเสียใจที่ต้องมาแพ้เกมแบบนี้ ผมไม่คิดว่าเราสมควรแพ้ เราแสดงให้เห็นถึงบุคลิกในการกลับมาจากการโดนนำ 2-0 และผมคิดว่า เราควรชนะเกม เราแทบไม่อยากเชื่อเลย"

        ทีมดังจากกรุงลอนดอน เกือบเป็นฝ่ายชนะ ในจังหวะที่เบล เปิดบอลให้ เดโฟ วิ่งเข้าชาร์จโล่งๆหน้าปากประตู แต่หัวหอกทีมชาติอังกฤษ เข้าถึงบอลช้าเกินไป โดยดาวเตะทีมชาติเวลส์ กล่าวด้วยความเสียดายว่า "ผมกำลังรอบอลเข้าไปซุกหลังตาข่าย สำหรับพวกเขาแล้ว การกลับมาแล้วได้จุดโทษ และชนะเกมนับเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ นี่แหล่ะฟุตบอล มันหันมากัดคุณเมื่อคุณคิดว่ากำลังทำได้ดีกว่า ผมคิดว่าเราวิเศษมากๆ และเราจะลุกขึ้นมาต่อไป"

        ด้านเดโฟ ออกมาบ่นถึงจังหวะเดียวกันหลังจบเกม โดยส่งข้อความระบายความผิดหวังผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "คิดถึงแต่ว่า ผมน่าจะมีขาที่ยาวกว่านี้อีกหน่อย"
 
 
 ดัลกลิชขู่แข้งหงส์ห้ามโชว์ห่วยอีก
 


        เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ย้ำคำเดิมบรรดาลูกทัพ ห้ามโชว์ฟอร์มสุดห่วยออกมาให้เห็นอีก ในเกมดวลเกือก "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบตัดเชือก นัดที่ 2 ในวันพุธนี้ เน้นทุกเกมสำหรับสโมสรไม่ว่าจะต้องเจอทีมใหญ่ทีมเล็ก ต้องลงสนามด้วยทัศนคติแห่งการเอาชนะเหมือนกันหมด

        เคนนี่ ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก ออกปากเตือนลูกทีมอีกครั้ง ห้ามทำผลงานย่ำแย่เหมือนเกมที่ออกไปพ่ายโบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมท้ายตาราง 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มกราคมที่ผ่านมาอีกเป็นอันขาด ก่อนเปิดสนามแอนฟิลด์ ดวลเกือกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกคาร์ลิ่ง คัพ รอบรองชนะเลิศ นัด 2 ในวันพุธที่ 25 มกราคมนี้

        กุนซือชาวสก อตต์ ออกอาการกริ้วทันทีหลังจบเกมเมื่อวันเสาร์ ซึ่งทีมโชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ความหวังลุ้นอันดับ 4 บนตารางต้องห่างไกลออกไปอีก โดยเขาได้เตือนผู้เล่นบางคนทันที ว่าอาจต้องมองหาต้นสังกัดใหม่ หากยังโชว์ฟอร์มห่วยออกมาอีก พร้อมยืนยันว่าผลงานในเกมที่รีบ็อก สเตเดี้ยม ไม่อาจยอมรับได้

        ดัล กลิช กล่าวก่อนพาลูกทีมลงสนามเกมฟุตบอลถ้วย 2 นัดสำคัญกับ "เรือใบสีฟ้า" และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 วันเสาร์ที่ 28 มกราคมนี้ว่า "มันไม่มีประโยชน์ในการแสดงปฏิกิริยาตอบสนองแบบฉับพลัน หรือว่ามี? นี่เป็นครั้งแรกที่มันเป็นแบบนี้ ดังนั้นเราจะดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่มันไม่สบายหรอกที่เราต้องเจอแมนฯ ซิตี้ วันพุธ หรืออีกเกมหนึ่งในวันเสาร์"

        "พวกนักเตะต้องตระหนักว่าทุก เกมในสโมสรนี้เป็นเกมใหญ่ ไม่ใช่แค่ทีมที่เหมาะสมกับพวกเขาเท่านั้น ผมไม่เคยถามว่าพวกเขากำลังคิดอะไร แต่ผมคงยอมรับว่า พวกเขาคงมีความคิดนั้นอยู่ในใจ (เกมรอบตัดเชือก คาร์ลิ่ง คัพ) และหากเป็นแบบนั้น มันก็ไม่ถูกต้อง"

        "ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่ง ผิดพลาดนั้นเราสามารถบอกได้ว่า เราต้องมองดูตัวเอง ปัญหาเริ่มต้นที่ทัศนคติของพวกเขา และการลงไปในสนาม หากคุณมีความภูมิใจในตัวเอง และสโมสร มันจะสะท้อนกลับมาเป็นความพยายามที่คุณทุ่มลงไป และสำหรับผมแล้ว ผมไม่รู้ว่ามันมาจากตรงไหน แต่มันเป็นไปอย่างรวดเร็วมากๆ กุญแจสำคัญในตอนนี้สำหรับเราคือ ไม่ทำซ้ำในสิ่งที่เราทำไปแล้ว"



ลือม้าลายตัวเต็งได้ป๊อกบาร่วมก๊วน


        "ซันเดย์ มิร์เรอร์" แท็บลอยด์เมืองผู้ดี ประโคมข่าว ปอล ป๊อกบา มิดฟิลด์ดาวรุ่งเลือดน้ำหอม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่อย้ายไปร่วมทัพ "ม้าลาย" ยูเวนตุส หลังผิดหวังที่ไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ และกำลังจะหมดสัญญาจบฤดูกาลนี้ แม้จะมี "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสนใจอยู่ด้วยก็ตาม

        "ซันเดย์ มิร์เรอร์" หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของอังกฤษ รายงานว่า ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำศึกกัลโช่ เซเรีย อา เป็นทีมเต็งที่จะคว้าตัว ปอล ป๊อกบา กองกลางอนาคตไกลชาวฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าศึกพรีเมียร์ลีก ไปร่วมทีม หลังจากนักเตะกำลังจะหมดสัญญาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

        มิดฟิลด์วัย 18 ปี ย้ายจาก เลอ อาฟร์ มายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2009 ภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้ง แต่ทัพ "ปีศาจแดง" รอดพ้นจากข้อกล่าวหาได้ หลังจากนักเตะไม่มีสัญญาผูกพันกับอดีตต้นสังกัดแล้ว อย่างไรก็ตาม ป๊อกบา ค่อนข้างผิดหวังที่ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นทีมชุดใหญ่ได้ และเชื่อว่ากำลังพิจารณาทางเลือกของเขา

        ซันเดย์ มิร์เรอร์ รายงานว่า ยูเวนตุส มีโอกาสมากที่สุดที่จะได้ ป๊อกบา ไปร่วมทีม ขณะที่ "โกล์ ดอท คอม" เว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลวงในว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมมหาเศรษฐีศึกพรีเมียร์ลีก แอบวางแผนจะดึงตัวนักเตะเช่นเดียวกัน

        ขณะ เดียวกัน สถานีโทรทัศน์ สกาย สปอร์ตส์ รายงานว่า ทัพ "เรือใบสีฟ้า" เพิ่งปฏิเสธข้อเสนอของ ยูเวนตุส และกาลาตาซาราย ที่จะขอซื้อตัว ไนเจล เด ยองก์ ห้องเครื่องชาวดัตช์ แม้นักเตะจะหลุดเป็นตัวสำรองภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือชาวอิตาเลียน โดยเสียตำแหน่งตัวจริงให้นักเตะอย่าง แกเร็ธ แบร์รี่, ยาย่า ตูเร่ และ เจมส์ มิลเนอร์

        มิดฟิลด์พันธุ์ระห่ำวัย 27 ปี เหลือสัญญาในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม อีก 18 เดือน และยังไม่ได้เจรจาสัญญาฉบับใหม่ ทำให้ทัพ "ม้าลาย" และ กาลาตาซาราย เข้ามาติดต่อขอซื้อตัว แต่ แมนฯ ซิตี้ ตัดสินใจบอกปัดไป ขณะที่ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส เป็นอีกทีมที่ตกเป็นข่าวว่าสนใจรับช่วงต่อ ห้องเครื่องทีมชาติฮอลแลนด์ ชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010

        ทั้ง นี้ เด ยองก์ ย้ายจาก ฮัมบูร์ก ในลีกเมืองเบียร์ มาร่วมทีม แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2009 แต่เพิ่งลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 8 นัดในฤดูกาลนี้ และเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ถูกใช้งานในเกมที่เปิดบ้านเฉือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา


•. ☆ .•* HapPy ChiNese New YeaR 2012 *•. ☆ .•
* ˚ღ。* ˛˚ 。Gong Xi Fa Cai 。˚ ˚ღ。* ˛˚ 
โปรโมชั่นฉลองตรุษจีน เพียงแค่ทายผลสกอร์ 1-2 
ลงทุน12บาท อาจได้เพิ่มถึง 12,120บาท
♥♥..โชคลาภ มั่งคั่ง ร่ำรวย มั่งมี ศรีสุข ตลอดปีและตลอดไป..♥♥
12BET แจกโบนัส !!สมัครสมาชิกวันนี้เลยสิคะ!!
รหัสรับโบนัส 12TH11100 ฟรีโบนัส 100% สูงสุดถึง 1,000 บาท
รหัสรับโบนัส 12B33 ฟรีโบนัส 33% จำนวนเงินสูงสุด คือ 10,050บาท
สมัครกับเราคลิ๊กที่แบนเนอร์นี้ เหมือนสมัครกับเว็บโดยตรง
Share this article :

0 ความคิดเห็น:

Speak up your mind

Tell us what you're thinking... !

Total Pageviews

Advertisements

ยินดีต้อนรับสู่บล็อก ข่าวลาลีก้าสเปน คุณจะได้พบกับ ไฮไลท์แมตช์ลาลีก้าสเปน โปรโมชั่น12BET ข่าวซื้อขายนักเตะลาลีก้าสเปน ข่าวสมาพันธ์ฟุตบอลสเปน(แอลเอฟพี) สโมสรในลาลีก้าสเปน วิเคราะห์ฟุตบอลลาลีก้าสเปน ร่วมเดิมพันไปกับเรา เพียงคลิ๊กสมัครสมาชิกด้านบนนี้!

ตารางคะแนนลาลีกาสเปน

Facebook

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. ลาลีก้าสเปนลีก - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger